เอธิโอเปีย
posted on 11 Sep 2011 17:08 by boomsode
ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 เกิดความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่องจนเกิดความวุ่นวายภายในประเทศ จักรพรรดิเซลาสซีสละราชบัลลังก์เมื่อ พ.ศ. 2517 เปลี่ยนการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐเมื่อ พ.ศ. 2518 นอกจากนั้นยังเกิดสงครามภายในระหว่างกลุ่มการเมืองและเผ่าต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากซูดานและโซมาเลีย พ.ศ. 2521
เอธิโอเปียได้รับความช่วยเหลือจากสหภาพโซเวียตจนรบชนะทหารโซมาเลีย และมีการลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างกันเมื่อ พ.ศ. 2531



ต่อมาในปี 2534 พรรค Ethiopian People's Revolutionary Democratic Front (EPRDF) ยึดอำนาจทางการเมืองจากพันเอก เมนกิซตุ ไฮลี มาริยาม ได้สำเร็จและนับแต่นั้นมา EPRDF มีอิทธิพลอย่างสูงในการเมืองภายในประเทศเอธิโอเปีย โดยได้รับเลือกตั้งเป็นพรรครัฐบาลเสียงข้างมากในทุกสมัยการเลือกตั้ง (ปี 2538 ปี 2543 และล่าสุดปี 2548) อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พรรคฝ่ายค้านหลายพรรคได้ออกมาประท้วงผลการนับคะแนนเสียงที่ล่าช้าและไม่เป็น ธรรม การประท้วงได้ลุกลามบานปลายไปสู่ความรุนแรงและรัฐบาลเข้าปราบปรามอย่างเฉียบ ขาดทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 คน
เอธิโอเปียมีรูปแบบการปกครองแบบสหพันธรัฐ โครงสร้างการปกครองแบ่งออกเป็น ๓ ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดี ซึ่งเป็นประมุขของรัฐมาจากการเลือกตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎรและอยู่ในตำแหน่ง คราวละ 6 ปี การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปจะมีขึ้นในเดือนตุลาคม 2556 พรรครัฐบาลที่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ประกอบด้วย 2 สภาได้แก่ สภาแห่งสหพันธรัฐ (the House of Federation) ซึ่งเทียบเท่ากับวุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร (House of People's Representatives) การเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2548 และจะมีขึ้นอีกครั้งในปี 2553
ภาคบริการของเอธิโอเปียมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวการก่อสร้างและการคมนาคม โดยปัจจุบันภาคบริการมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 41.2 ของรายได้ประชาชาติ รัฐบาลเอธิโอเปียมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งสัตว์ป่านานาชนิด อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเอธิโอเปียยังไม่มีการบริหารจัดการที่ดีเท่าใด นักและยังล้าหลังประเทศเคนยาอยู่มาก
นับตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา รัฐบาลภายใต้การนำของ EPRDF ได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอิงแนวทางของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ภายใต้กรอบนโยบาย Sustainable Development and Poverty Reduction Program (SDPRP) ในช่วงปี 2544/45 ถึง 2548/49 และแผน The Plan for Accelerated and Sustained Development to End Poverty (PASDEP) ในช่วงปี 2549/50 ถึง 2548/49 โดยมุ่งเน้น การแก้ปัญหาและขจัดความยากจน ความมั่นคงทางอาหาร การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปเศรษฐกิจของเอธิโอเปียบางครั้งถูกผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง เช่น การปราบปรามผู้ประท้วงฝ่ายค้านอย่างรุนแรงของพรรครัฐบาล สงครามกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในโซมาเลียและปัญหาชายแดนกับเอริเทรีย
edit @ 11 Sep 2011 18:16:29 by bOOM
